ในประชากรกว่าร้อยละ 80-90 อาจเคยได้รับเชื้อไวรัสเริม แต่ไม่แสดงอาการโรค ทำให้ไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคดังกล่าว โดยโรคเริมเป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่งที่ถึงแม้จะติดต่อกันได้ไม่ง่ายนัก แต่ก็สามารถติดต่อกันได้ จึงควรเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการติดเชื้อ เพราะเมื่อเป็นแล้วอาจทำให้รักษาให้หายขาดได้ยาก อ. นพ.สมศักดิ์ ตันรัตนากร สาขาวิชาโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูล

ว่า โรคเริมเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อไวรัส ตำแหน่งที่เกิดส่วนมากมี 2 ตำแหน่ง ได้แก่ ปากและอวัยวะเพศ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่เพิ่งเป็นครั้งแรก และประเภทที่เป็นซ้ำ หากเป็นโรคเริมครั้งแรกจะมีลักษณะตุ่มน้ำปรากฎขึ้นมาเป็นกลุ่มและอาจมีหลายตุ่ม หากเกิดบริเวณปากจะเกิดที่ขอบของริมฝีปาก แต่ถ้าหากเกิดที่อวัยวะเพศจะเกิดได้กับทุกตำแหน่งของอวัยวะเพศ มีขนาดเล็กประมาณ 2-3 มิลลิเมตร และอาจเกิดขึ้นเพียงครึ่งวันแล้วแตกไป บางครั้งเห็นเป็นแผลตื้น ๆ และผู้ป่วยบางรายไม่เห็นเป็นตุ่มน้ำ การติดต่อของโรคเกิดขึ้นจากการสัมผัสน้ำเหลืองจากตุ่ม เช่น การดื่มน้ำแก้วเดียวกันกับผู้ป่วย ซึ่งแก้วใบนั้นมีน้ำเหลืองติดอยู่ และสามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ ปัจจุบันมีตัวยารักษาโรคเริมเป็นชนิดของยาต้านไวรัส ทั้งชนิดกินและทา โดยการให้ยาก่อนระยะลุกลามสามารถป้องกันโรคเริมได้ แต่ถ้าหากมีการเป็นซ้ำบ่อยครั้ง แพทย์จะให้ยาอีกชนิดหนึ่งซึ่งอาจต้องกินต่อเนื่องเพื่อกดไม่ให้เริมปรากฎขึ้นมา นอกจากนี้การดูแลรักษาสุขภาพช่วยป้องกันการเกิดซ้ำได้ โดยการไม่เครียด. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth