สมัยนี้ใครมีเวลาทำกับข้าวกินเองได้ถือว่าโชคดี” แม้จะเป็นคำพูดที่ดูจะออกไปทางประชดประชันเสียดสีเสียหน่อย แต่คงต้องยอมรับว่า “มีมูล” เป็นความจริงอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะบรรดา “ประชากรกรุงเทพฯ” ที่ต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อฝ่าสภาพการจราจรระดับ “แชมป์โลกเมืองรถติด” ไปเรียนหรือทำงาน และเช่นเดียวกันในช่วงเย็นหรือหัวค่ำเมื่อต้องเดินทางกลับบ้าน

วนเวียนอยู่แบบนี้เรื่อยไป ชาว กทม. จึงต้องฝากท้องไว้กับร้านหรือแผงขายอาหารประเภทต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็เพราะสถานการณ์แบบนี้เอง ได้ส่งผลให้อัตราการเจ็บป่วยในกลุ่ม โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และหลอดเลือด ความดัน ภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน เพิ่มขึ้นมากในหมู่ประชาชนคนไทย ดังข้อมูลจาก องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากกลุ่มโรค NCDs ราว 40 ล้านคน ในจำนวนนี้ร้อยละ 48 เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ส่วนประเทศไทย ในปี 2558 ข้อมูลจาก กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า คนไทยเสียชีวิตจากกลุ่มโรค NCDs ประมาณ 3 แสนคนต่อปี โดยป่วยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากที่สุด ดร.สันต์ สัมปัตตะวนิช อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในเวทีสัมมนา “การบริโภคที่ดีอาจไม่ได้เริ่มที่ตัวคุณ” ซึ่งเป็นกิจกรรมต่อเนื่องมาจากโครงการพัฒนาเครือข่ายเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะของประชากรไทย โดยความร่วมมือกันระหว่าง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กับคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ นำเอาทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์มาศึกษาเพื่อหาวิธีเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ปลอดภัยของคนไทย
ดร.สันต์ ในฐานะหัวหน้าโครงการนี้ เล่าว่า ได้รวบรวมผลการศึกษาทางเศรษฐศาสตร์ว่าด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคจากต่างประเทศ ก่อนนำมาทดลองใช้สำรวจพฤติกรรมนิสิต- นักศึกษาในเขต กทม. และปริมณฑล ตามร้านอาหาร “ฟาสต์ฟู้ด” แบรนด์ดัง รวมถึงโรงภาพยนตร์ที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า พบว่า 1.การกำกับดูแลร้านอาหารสำเร็จรูปมีความสำคัญ เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่รับประทานที่ร้านและซื้อกลับบ้าน
2.กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ “กินอะไรก็ได้ไม่เรื่องมาก” ดังนั้นการจูงใจด้วยการ “กำหนดทางเลือกมาตรฐาน” (Default Option) ด้วยการจำกัดสิทธิทางเลือกเมนูแก่ผู้สำรวจโดยอัตโนมัติได้ผล เช่น ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มีเบอร์เกอร์ไก่และเบอร์เกอร์ปลา “หากตั้งเบอร์เกอร์ไก่เป็นทางเลือกมาตรฐานจะมีกลุ่มคนที่เลือกไก่ร้อยละ 75.3 ในขณะที่ถ้าไม่กำหนดทางเลือกมาตรฐานจะมีผู้เลือกซื้อเบอร์เกอร์ไก่เพียงร้อยละ 54.5” เท่ากับว่า การมีทางเลือกมาตรฐานทำให้คนเลือกเบอร์เกอร์ไก่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 22.8 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าอาหารประเภทนั้นๆ เป็นที่คุ้นเคยเพียงใด. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth