ถ้ำผาฆ้อง ตื่นตากับหินงอกหินย้อยมากมายภายในถ้ำแห่งอุทยานแห่งชาติดอยภูคาที่มีความสำคัญมากต่อระบบนิเวศ ภายในมีคูหาถ้ำจำนวนมากที่มีความต่อเนื่องถึงกันแต่ละคูหาก็ละลานตาไปด้วยหินงอกหินย้อยรูปลักษณ์ต่าง ๆ

ดูแปลกตา สวยงาม อย่างไรก็ตามในช่วงฤดูฝนถ้ำผาฆ้องจะมีสายน้ำไหลผ่านเข้าไปภายในถ้ำจึงทำให้ไม่สามารถเข้าไปเที่ยวชมได้ และการเดินทางชมถ้ำต้องเตรียมไฟฉายและอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปเอง ควรติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ล่วงหน้าทุกครั้ง ปัจจุบันถ้ำผานางคอยได้รับการปรับปรุงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ มีการปรับภูมิทัศน์ พัฒนาเส้นทาง ติดไฟ และป้ายบอกถึงความเป็นมาประวัติศาสตร์บอกเล่าตำนาน “ผานางคอย” ไว้รับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มรูป ซึ่งถ้ำแห่งนี้มีความสูงจากด้านล่างจนถึงปากถ้ำ 50 เมตร และภายในถ้ำ ระยะทางจากปากถ้ำจนถึงทางออกอีกด้านยาวถึง 150 เมตร ทางเดินนั้นมีทั้งกว้างและแคบสลับกันไป โดยแบ่งออกเป็น 13 จุดให้นักท่องเที่ยวได้ชม และมีการเรียกชื่อแต่ละจุดได้อย่างไพเราะ ได้แก่ คูหาสวรรค์วิเศษ เทพอารักษ์นครา นาคาสถิต งามพิศอนงค์สนาน หิมพานต์พิจิตร เนรมิตม่านแก้ว มรกตเพริดแพร้ววิจิตรา บูชาพระมุนี นทีชลเนตร ธารเทพอธิษฐาน คชสารพิทักษ์ ลานรักพระนาง และหินนางคอยซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของถ้ำ ที่อยู่ถัดจากลานรักพระนาง โดยคุณจะได้พบกับหินปูนที่หยดย้อยลงมาก่อเกิดรูปทรงเหมือนหญิงสาวกำลังก้มหน้าโอบอุ้มลูกน้อยนั่งอยู่บนแท่นหิน และต้องยืนอยู่ห่างออกมาประมาณ 10 เมตร จึงจะมองเห็นได้ชัดว่าเป็นรูปร่างเหมือนผู้หญิงอุ้มลูก ถัดจากหินนางคอยไปเล็กน้อย จะพบปากถ้ำอีกด้านหนึ่งที่สูงขึ้นไปซึ่งปากถ้ำด้านหลังนั้น มีความกว้างกว่า15 เมตร เปิดให้แสงสว่างส่องลอดเข้ามาภายในถ้ำได้เป็นอย่างดี อีกทั้งก่อนถึงปากถ้ำด้านหลัง ชาวบ้านได้นำพระพุทธรูปตั้งไว้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้กราบไว้บูชาและขอพรก่อนเดินทางกลับ