นอกจากจะเป็นตลาดริมน้ำที่มีอายุอานามกว่า 100 ปีแล้ว ตลาดสามชุกแห่งนี้ยังเป็นชุมชนเก่าแก่ของชาวจีน ที่คงสภาพบ้านเรือนและตลาดแบบดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน หากแต่หลังจากมีถนนตัดผ่าน ความคึกคักของการซื้อขายสินค้าริมแม่น้ำก็ลดน้อยลง ทำให้กลุ่มชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ในตลาดสามชุก ตลอดจนครูอาจารย์ที่เห็นคุณค่าของตลาดเก่า จึงรวมตัวกันเป็นคณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุกเชิงอนุรักษ์

เพื่ออนุรักษ์ตลาดและที่อยู่ของตนไว้ และได้กลายเป็นที่มาของกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงศึกษาวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิม ประวัติศาสตร์ชุมชน จนตลาดสามชุกได้รับการประกาศให้เป็นตลาด 100 ปีเชิงอนุรักษ์สำหรับเสน่ห์ของการเยี่ยมชมตลาดสามชุก คือการเดินชมความคลาสสิกของบ้านไม้ที่มีสภาพเป็นห้องแถวอายุนับร้อยปี ซึ่งมีทั้งชั้นเดียวและสองชั้น บ้านเรือนในตลาดมีการตกแต่งด้วยลวดลายฉลุไม้ที่เรียกว่าลายขนมปังขิง โดยที่พบในตลาดนี้มีถึง 19 ลาย นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกซื้ออาหารอร่อยๆ ที่เรียงรายขายตลอดเส้นทาง ส่วนร้านค้าที่ห้ามพลาด คือ ร้านบ้านโค้ก แหล่งรวบรวมของสะสมและของที่ระลึกทุกอย่างเกี่ยวกับโค้ก (ค่าเข้าชมคนละ 5 บาท) ร้านโก๋เก๋ ที่ขายของที่ระลึก เสื้อ หมวก และของน่ารักต่างๆ ตลอดจนร้านมหาสนุก ร้านขายของเล่นโบราณสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ ได้แก่ อาคารพิพิธภัณฑ์ เป็นอาคารไม้โบราณติดลูกไม้ขนาด 3 ชั้นของขุนจำนงค์ จีนารักษ์ นายภาษีเก่า ซึ่งเจ้าของตลาดมอบให้เป็นแหล่งรวบรวมภาพถ่ายวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยก่อน ร้านถ่ายรูปโบราณที่ยังมีกล้องถ่ายภาพเก่าแก่อายุกว่า 100 ปีให้บริการ ร้านขายยาสมุนไพร ร้านอาหารชื่อดัง เช่น เจ็กอ้าวบะหมี่เกี๊ยว ที่ทำเส้นบะหมี่เอง เปิดขายมานานกว่า 70 ปี, ข้าวห่อใบบัวสามชุก, ร้านนิสา ลูกชิ้นยักษ์สามชุก ที่มีลูกชิ้นขนาดใหญ่เกือบเท่าชามก๋วยเตี๋ยว, ห่อหมกยกหม้อ, ห่อหมกปลากรายเครื่องแกงสดใส่หม้อดิน, ร้านเป็ดย่าง “เป็นย่างจ่าเฉิด” มีทั้งเป็ดย่าง เป็ดพะโล้ ส่วนของฝากอื่นๆ เช่น เมี่ยงปลาทู สาลี่เมืองสุพรรณ ปลาแดดเดียว น้ำพริกแม่กิมลั้ง. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thai.tourismthailand