” ฉนวนประหยัดพลังงาน ” กับการประหยัดพลังงานในอุตสาหกรรม เนื่องจากในปัจจุบันปัญหาทางด้านพลังงานถือเป็นปัญหาสำคัญที่แต่ละประเทศหันมาให้ความสำคัญมากขึ้น ทั้งในภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ทางภาครัฐจึงได้มีการรณรงค์ให้มีการประหยัดพลังงานมากขึ้น ในภาคครัวเรือนด้วยการช่วยกันปิดไฟหลอดที่ไม่จำเป็น ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้พอเหมาะ และอื่น ๆ อีกมากมาย

ในภาคอุตสาหกรรมก็ได้มีการรณรงค์และสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมประหยัดพลังงานแต่อุตสาหกรรมบางประเภทยังมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถลดการใช้พลังงานได้อย่างเต็มที่ อย่างเช่น อุตสาหกรรมพลาสติก อุตสาหกรรมยาง อุตสาหกรรมถลุงเหล็ก อุตสาหกรรมอาหาร และ อื่น ๆ อีกมากมาย ที่ยังจำเป็นต้องใช้พลังงานความร้อนในภาคการผลิตจำนวนมากอยู่ อุตสาหกรรมที่ยังต้องใช้พลังงานความร้อนในภาคการผลิตเหล่านี้ ส่วนหนึ่งก่อให้เกิดมลภาวะสะสมของความร้อนเป็นจำนวนมากทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกได้ หลายบริษัท เริ่มหันมาใส่ใจและแก้ปัญหาในการลดพลังงานความร้อนสะสมมากขึ้นและจริงจัง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Energy Saving หรือ หุ้มฉนวนประหยัดพลังงาน

ทำอย่างไรจะสามารถลดการใช้พลังงานสะสมภายในโรงงานและสามารถประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่ายภายในโรงงานอุตสาหกรรมได้มากขึ้น บริษัท ฯ จึงได้ผลิตฉนวนหุ้มกันความร้อน แบบถอดได้ ( Insulation Jacket ) ให้กับลูกค้าที่ต้องการประหยัดพลังงานและลดต้นทุนในเรื่องของค่าไฟฟ้าภายในโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้ความร้อนประเภทต่าง ๆ เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการประหยัดพลังงานโดยสามารถประหยัดพลังงานได้ถึง 15-30 % ขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่องจักรและโรงงานอุตสาหกรรม

ทำไมต้องใช้ฉนวนกันความร้อนแบบถอดได้

-สะดวกในการดูแลบำรุงรักษาเครื่องจักร

-ลดมลภาวะทางด้านความร้อนในโรงงานอุตสาหกรรมและในชั้นบรรยากาศ

-ประหยัดพลังงานไฟฟ้าภายในโรงงานอุตสาหกรรมได้ 15-30 % ( ขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่องจักรและขนาดของโรงงาน )

-ประหยัดต้นทุนในการผลิตในเรื่องของพลังงาน

-สามารถกักเก็บพลังงานความร้อนให้สะสมอยู่กับเครื่องจักรมากขึ้น ( หมายถึงไม่สูญเสียความร้อนไปในอากาศขณะใช้งาน ) ทำให้ HEATER และ อุปกรณ์กำเนิดความร้อนแบบต่าง ๆ ไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไป

-ลดสภาวะการเสื่อมสภาพของเครื่องกำเนิดความร้อนในแบบต่าง ๆ ได้นานขึ้น

-สามารถตัดเย็บได้เข้ารูปกับชิ้นงานทำให้ดูเป็นระเบียบและสวยงามมากขึ้น

-อายุการใช้งานยาวนาน ( ขึ้นอยู่การดูแลรักษา )

-สามารถถอดเข้าถอดออกเพื่อเปลี่ยนหรือดูแลรักษาได้ง่าย

-ไม่ติดไฟ

ลักษณะของฉนวนที่ใช้มีอยู่ด้วยกัน 3 ชั้น ในแต่ละชั้นประกอบด้วย

-ฉนวนชั้นใน ( ชั้นผิวสัมผัส )

-ฉนวนชั้นกลาง ( ชั้นกันความร้อน )

-ฉนวนชั้นนอก ( ชั้นกันน้ำ , เคมี , น้ำมัน และ อื่นๆ )

คุณสมบัติของฉนวนในแต่ละชั้นมีดังนี้

ฉนวนชั้นใน ( ชั้นผิวสัมผัส ) ซึ่งฉนวนชั้นใน มีผ้าอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ ผ้าใยแก้ว และ ผ้าซิลิก้า

– คุณสมบัติของผ้าใยแก้ว ( 600ํ ํ C )