เจ้าหน้าที่คุม 2 หนุ่มเมียนมาสุดโหด เสพยาบ้าจนเกิดอารมณ์หื่น พยายามปล้ำสาวเพื่อนร่วมชาติ เหยื่อดิ้นสู้ เลยคว้ามีดแทงอก ก่อนปาดคอดับอนาถ ทิ้งศพลงท่อทำแผนประกอบคำสารภาพ จากกรณีพบศพ น.ส.มอ ลี ทู หรือ ทูน อายุ สาวชาวเมียนมาร์ วัย 25 ปี ถูกฆ่าปาดคอทิ้งศพในท่อ บริเวณถนนสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช-ลาดกระบัง) แขวงและเขตประเวศ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา

ตำรวจจึงลงพื้นที่สืบสวนจนทราบว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นชาวเมียนมาด้วยกัน เพราะมีพยานเห็นผู้ตายดื่มสุรากับหนุ่มชาวเมียนมาอีก 2 คน ก่อนกลายเป็นศพ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว  เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่สน.ประเวศ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมนายตำรวจในสังกัดร่วมกันแถลงจับกุมนายอ่อง หรืออ่อง ติน วิน หรือติน วิน อ่าว อายุ 21 ปี ชาวเมียนมาร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่ จ.429/2560 ลง 17 สิงหาคม 2560 โดยจับกุมได้ที่ตำบลท่าสายลวด  อำเภอแม่สอด   จังหวัดตาก และ นายจ่วย  หรือ จ่วยจี้ อายุ 31 ปี ชาวเมียนมาร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่ จ./2560  ลงวันที่ 28  สิงหาคม 2560 โดยจับกุมได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 38 ซอยอ่อนนุช 86 แยก 2 แขวงประเวศ เขตประเวศ พร้อมของกลางอาวุธมีดปลายแหลมยาวประมาณ 7  นิ้ว 

พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่พบศพหญิงสาวถูกฆ่าเสียชีวิตอยู่ในท่อระบายน้ำ ใต้สะพานข้ามคลองวัดกระทุ่มเสือปลา ถนนอ่อนนุช แขวงและเขตประเวศ โดยมีบาดแผลถูกอาวุธมีดแทงที่บริเวณหน้าอก และที่บริเวณลำคอถูกอาวุธมีดปาดลำคอเป็นแผลขนาดใหญ่ ภายหลังสืบทราบว่าผู้ต้องหาเป็นคนลงมือฆ่าผู้ตายจึงติดตามจับกุมมาสอบสวนดังกล่าว เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง โดยก่อนเกิดได้ชักชวนผู้ตายไปนั่งดื่มสุราจนมึนเมา ก่อนจะพาไปเสพยาบ้าต่อที่ใต้สะพานข้ามคลองวัดกระทุ่มเสือปลา จากนั้นก็พยายามปลุกปล้ำข่มขืน แต่ผู้ตายพยายามดิ้นสู้ ทำให้ทั้งสองโมโหใช้มีดแทงเข้าที่หน้าอกหลายครั้งก่อนปาดซ้ำจนถึงแก่ชีวิต และลากศพไปโยนทิ้งท่อน้ำก่อนจะแยกย้ายหลบหนี 

สำหรับนายอ่อง นั้นเคยถูกดำเนินคดีในประเทศเมียนมาในข้อหาข่มขืนและฆ่า ขณะมีอายุ 16 ปี ภายหลังติดคุกนานเพียง 3 ปีก็ออกมาก่อเหตุฆ่าสาวชาติเดียวกันอีกครั้งในประเทศไทย หลังจากนี้ตำรวจได้คุมตัวไปทำแผยประกอบคำรับสารภาพ โดยแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา  และร่วมกันพาอาวุธ(มีด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews