“อธิบดีกรมชลฯ”แจงไม่ปล่อยน้ำจากทุ่งแก้มลิง13 ทุ่งพรวดเดียว แต่ทยอยลำเลียงเริ่มจากทุ่งบางระกำ 1 พ.ย. ยันคุมปริมาณปล่อยน้ำ ให้สอดคล้องจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเล ​เมื่อวันที่ 28 ต.ค.นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีและโฆษกกรมชลประทาน ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และจ.สุพรรณบุรี

นำถุงยังชีพมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยและรับฟังความคิดเห็นประชาชนเพื่อนำมาปรับแผนการรับน้ำเข้าทุ่งให้เหมาะสมในปีหน้า โดย​นายสมเกียรติ กล่าวว่าที่ผ่านมาทุ่งรับน้ำแต่ละแห่งทำหน้าที่ในการหน่วงน้ำไม่ให้ไหลหลากลงสู่พื้นที่ตอนล่างได้เกินกว่าแผนที่วางไว้  โดยทุ่งบางระกำในจังหวัดพิษณุโลกช่วยรับน้ำไว้จากแผนเดิม 400 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้านลบ.ม) เป็น 550 ล้าน ลบ.ม และทุ่งรับน้ำ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง 12 ทุ่งก็เช่นเดียวกันได้รับน้ำมากกว่าแผนที่กำหนด ทั้งนี้เป็นเพราะปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักในพื้นที่ รวมกับปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงมา ประกอบกับมีภาวะน้ำทะเลหนุน เป็นผลทำให้มีน้ำไหลเข้าทุ่งเพิ่มขึ้นซึ่งกรมชลประทานได้ประสานกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบแล้วอย่างเช่นในพื้นที่ทุ่งผักไห่และทุ่งป่าโมกข์ช่วยรับน้ำไว้ได้ประมาณ 300 ล้าน ลบ.ม มากกว่าแผนถึง 100 ล้าน ลบ.ม  เป็นผลทำให้มีน้ำท่วมพื้นที่ข้างเคียงเพิ่มขึ้นบ้าง ซึ่งกรมชลประทานได้ประสานกับส่วนราชการสรุปแนวทางและข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงการใช้ทุ่งเป็นแหล่งรับน้ำในปีต่อไป ขณะเดียวกันจะเริ่มบริหารจัดการดึงน้ำออกจากทุ่งแก้มลิง โดยการทยอยลำเลียงน้ำออกตามรอบเวรและความเหมาะสมโดยคำนึงถึงพื้นที่นอกคันกั้นน้ำสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จะทยอยนำน้ำออกจากทุ่งบางระกำในวันที่ 1 พ.ย นี้ และนับจากนี้อีก 1 สัปดาห์ก็ค่อยๆจัดการน้ำออกจากทุ่ง 12 ทุ่งให้เหลือประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำสำหรับเตรียมแปลงด้วยและจะต้องดูแลจัดสรรน้ำให้เกษตรกรกลุ่มนี้มีน้ำเพียงพอตลอดฤดูกาลด้วย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews